ทีมระห่ำ พิฆาตทรชน (Anti-terrorism Special Forces) ภาคแรก

ละคร "ทีมระห่ำ พิฆาตทรชน" (Anti-terrorism Special Forces) นำเสนอเรื่องราวการทำงานของเหล่าตำรวจประจำ "หน่วยดำเนินการพิเศษต่อต้านการก่อการร้าย" สังกัดกองกำลังตำรวจเเห่งประชาชนจีน  (Chinese People's Armed Police Force) เนื้อหาในละครกล่าวถึงชีวิต หน้าที่ มิตรภาพ และความรัก ของทีมดำเนินการพิเศษ (SPECIAL POLICE GRP) ซึ่งล้วนยอมสละความสุขส่วนตัว พร้อมอุทิศชีวิตเพื่อให้ปกป้องประเทศชาติและประชาชน

เนื้อหาในละครเริ่มขึ้นเมื่อ "หยางช่าน" ลักลอบออกจากหน่วยดำเนินงานพิเศษกลางดึกโดยไม่คาดคิดว่าสิ่งที่ตนทำจะเปลี่ยนเป็นเรื่องใหญ่และเป็นการผิดวินัยร้ายแรง ผู้บัญชาการ "ฉางเจี้ยนอัน" จึงมอบหมายให้ครูฝึก "น่าหมิ่น" นำกำลังพลไปตามจับตัวหยางช่านกลับมา ในตอนนั้นหยางช่านแวะไปที่อินเตอร์เน็ตคาเฟ่ในละแวกใกล้เคียงเพื่อให้ส่งอีเมล์แจ้งผบ.ฉาง หลังส่งอีเมล์ได้ไม่นาน เขาก็ถูกน่าหมิ่นจับตัวมาคุมขัง ปรากฏว่านับตั้งแต่ก่อตั้งหน่วยดำเนินการพิเศษเป็นต้นมา ยังไม่เคยมีใครหนีออกจากหน่วยโดยพลการ หยางช่านจึงเป็นคนแรกที่สร้างวีรกรรมดังที่กล่าวมาข้างต้น แต่เขาไม่ยอมรับข้อกล่าวหาและเถียงคอเป็นเอ็นว่าตนไม่ได้หนี (เพราะส่งเมล์แจ้งผบ.ฉางแล้ว)

หลังเกิดเหตุดังที่ได้กล่าวมาแล้ว น่าหมิ่นจึงนำบุหรี่และสุราไปเยี่ยมหลุมศพของ "หลี่หย่วนเจิง" (อดีตหัวหน้าหน่วยดำเนินงานพิเศษ / พ่อบุญธรรมของหยางช่าน) ด้วยความรู้สึกผิด คุณกล่าวโทษตัวเองที่ฝึกคนๆ เดียวให้ดีไม่ได้ ทั้งยังทำสิ่งที่หย่วนเจิงสู้อุตส่าห์ฝากฝังไม่สำเร็จ คุณจะกรอกเหล้าที่เหลือใส่ปาก แต่หัวหน้าหน่วยดำเนินงานพิเศษ  "ลู่ฉางเฟิง" (ซึ่งมากับผบ.ฉาง) ห้ามไว้เสียก่อน หัวหน้าลู่ทั้งโกรธและผิดหวังที่หยางช่านทำตัวเหลวไหลเป็นเหตุให้ทีมของพวกตนมีประวัติด่างพร้อย ส่วนผบ.ฉางได้แต่นึกสงสัยว่าหยางช่านเกินเยียวยาจริงๆ หรือ

 

หลังเกิดเหตุผู้ก่อการร้ายชิงรถบรรทุกที่ภายในมีอุปกรณ์ทางรังสีวิทยา (สารกัมมันตรังสี) ไปจากโรงพยาบาล หน่วยดำเนินการพิเศษจึงระดมสรรพกำลังออกไล่ล่าคนร้าย ผบ.ฉางคิดใช้โอกาสนี้สร้างแรงบันดาลใจและวามรู้ความเข้าใจในหน้าที่ให้หยางช่าน จึงนำตัวเขาออกจากห้องคุมขังแล้วให้มาเป็นผู้สังเกตการณ์ในรถที่ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการเคลื่อนที่ เขาจึงได้ยินผบ.ฉางสั่งการและได้เห็นดำเนินการต่อต้านการก่อการร้ายผ่านทางหน้าจอมอนิเตอร์ หลังคนร้ายไม่ยอมจำนน น่าหมิ่นกับ "จ้าวเสี่ยวโป" ซึ่งรับหน้าที่เป็นพลซุ่มยิง จึงเด็ดหัวสองคนร้ายพร้อมกันอย่างแม่นยำ หัวหน้าลู่เห็นดังนั้นก็โล่งใจ แต่สุดท้ายกลับพบว่ายังมีผู้ก่อการร้ายอีกหนึ่งคนที่เบาะหลัง แถมเขายังกดระเบิดเวลาหมายก่อเหตุระเบิดพลีชีพเพื่อให้ให้สารกัมมันตรังสีรั่วไหล น่าหมิ่นเห็นดังนั้นจึงบุกเดี่ยวเข้าไปในรถและจัดการคนร้ายทันที คุณหยิบระเบิดเวลาขึ้นมาดูอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ปรับมุมกล้องให้หัวหน้าลู่เห็นระเบิดชัดๆ แล้วรอคำสั่งอย่างใจเย็นทั้งที่เหลือเวลาไม่ถึง 20 วินาที (คุณไม่รู้ว่าต้องตัดเส้นไหน) หยางช่านเห็นดังนั้นก็รู้สึกตกอกตกใจ หลังวิเคราะห์ภาพระเบิดผ่านจอมอนิเตอร์ราว 10 วินาที หัวหน้าลู่จึงสั่งให้น่าหมิ่นตัดสายวงจรที่อยู่ตรงกลาง และนั่นก็ทำให้ระเบิดหยุดทำงานก่อนถึงกำหนดเวลาเพียง 5 วินาที

หยางช่านทึ่งในความชำนาญและความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยดำเนินงานพิเศษ ทั้งยังรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้เห็นดำเนินการจริง และนั่นก็ทำให้เขาภูมิใจและเข้าใจบิดาผู้ล่วงลับมากขึ้น เขาอยากเป็นเช่นนั้นบ้างจึงตัดสินใจว่าจะไม่ออกจากทีม ครั้นถูกผบ.ฉางไล่กลับบ้านเขาจึงอ้อนวอนขออยู่ต่อ โดยชี้ว่าตนไม่ได้หนี ไม่กลัวความอยากลำบากหรือกลัวตาย และไม่ต้องการความเป็นอิสระ เขารับปากว่าจะอดทนและตั้งอกตั้งใจฝึกฝนอย่างไม่ย่อท้อแม้ต้องอยู่ในฐานะพลสำรองก็ตาม ผบ.ฉางจึงส่งเขาไปดัดนิสัยและฝึกความอดทนที่หน่วยประกอบอาหาร

ย้อนกลับไปเมื่อแปดเดือนก่อน ผบ.ฉางสั่งให้หน่วยดำเนินงานพิเศษตามจับกุมสมาชิกองค์กรก่อการร้าย "ตะวันดำ" ที่คิดแผนระเบิดโรงงานผลิตสารเคมีย่านเหลาหู่ทานหมายให้เกิดการปนเปื้อนสารพิษรอบๆแหล่งต้นน้ำ โดยมีหัวโจกที่ชื่อ "ซานเมา" (แมวภูเขา)  เป็นผู้บงการ  "หลี่หย่วนเจิง" เจ้าหน้าที่หน่วยดำเนินงานพิเศษซึ่งแฝงตัวอยู่ในองค์กรดังที่กล่าวมาแล้วและทำงานให้ซานเมามานานหลายปีโดยใช้ชื่อว่า "เหล่าเชียง" เป็นหนึ่งในทีมคนร้ายที่ได้รับมอบหมายงานดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เขาจึงแอบส่งเบาะแสให้หน่วยดำเนินการพิเศษจนนำไปสู่การสะกดรอยตามและวางกำลังล้อมโรงงานผลิตสารเคมี (ในเวลาเดียวกันนั้น หยางช่านได้นำโดรนที่ผลิตขึ้นเองมาทดสอบบินในสนามกีฬาที่อยู่ติดโรงงานผลิตสารเคมีกับ "หลิ่วซือเหวิน" และบินโดรนล้ำเข้าไปในเขตโรงงาน)

หัวหน้าลู่สั่งให้น่าหมิ่นซึ่งเป็นหนึ่งในพลซุ่มยิงลอบเข้าไปในโรงงาน (ซึ่งถูกวางระเบิดทั่วรอบๆ) เมื่อพบเป้าหมายคุณจึงเข้าประจำการและรอรับคำสั่ง ซานเมาได้รับแจ้งว่ามีสายลับแฝงตัวในทีมวางระเบิดจึงส่งรูปสายลับ (หย่วนเจิง) ไปให้หัวหน้าทีมทางโทรศัพท์ เมื่อหน่วยดำเนินการพิเศษตรวจพบว่ามีการส่งรูปดังที่กล่าวถึงแล้ว ผบ.ฉางจึงสั่งตัดสัญญาณโทรศัพท์และให้กำลังพลของตนสื่อสารผ่านสัญญาณดาวเทียมแทน หัวหน้าทีมวางระเบิดรู้เพียงว่ามีสายลับในหมู่พวกตนแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใครกันแน่เพราะสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดเสียก่อน  เขาจึงเกิดหวาดระแวงและไม่ไว้ใจทุกคน หัวหน้าลู่ส่งรูปหย่วนเจิงให้น่าหมิ่นโดยบอกว่าหย่วนเจิงเป็นสายลับและกำชับให้คุณทำตามคำสั่งเขา เจ้าหน้าที่นายหนึ่งสังเกตเห็นโดรนปริศนาเหนือโรงงานผลิตสารเคมีเลยรีบรายงานหัวหน้าลู่ หัวหน้าลู่จึงสั่งให้ลูกน้องไปจับกุมคนบังคับโดรน และนั่นก็ทำให้หยางช่านกับซือเหวินถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว

หัวหน้าทีมวางระเบิดสงสัยว่าหย่วนเจิงเป็นสายลับเพราะเขาลังเลไม่ยอมกดระเบิดตามคำสั่ง หลังฐานะถูกเปิดโปงหย่วนเจิงจึงต่อสู้กับคนร้ายโดยมีน่าหมิ่นคอยยิงคุ้มกัน ในตอนนั้นหน่วยดำเนินงานพิเศษยึดที่ทางโรงงานและจัดการคนร้ายที่กระจายตัวตามจุดต่างๆ ได้เกือบหมดแล้ว คงเหลือเพียงหัวหน้าทีมวางระเบิดที่อยู่ในความรับผิดชอบของหย่วนเจิงกับน่าหมิ่น  หย่วนเจิงพยายามล็อคตัวคนร้ายที่ร่างกายกำยำและแรงเยอะกว่า แต่คนร้ายพยายามดิ้นรนต่อสู้หมายกดปุ่มระเบิดที่อยู่ตรงหน้าให้ได้  หย่วนเจิงคิดว่าขืนยื้อยุดต่อไปคงเอาไม่อยู่ เขาไม่ต้องการให้เกิดมหันตภัยจึงส่งสัญญาณมือ (สั่ง) ให้น่าหมิ่นยิงทันที น่าหมิ่นยิงตัดขั้วหัวใจคนร้ายอย่างแม่นยำ แต่ด้วยเหตุว่าหย่วนเจิงยืนอยู่ทางด้านหลังกระสุนจึงพุ่งทะลุร่างของหย่วนเจิงด้วย หย่วนเจิงยกนิ้วโป้งให้น่าหมิ่นก่อนหงายหลังล้มลงไปสิ้นใจตาย น่าหมิ่นเห็นดังนั้นก็น้ำตาคลอด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ 

หลังหย่วนเจิงยอมสละชีวิตเพื่อให้ทำลายแผนชั่วของผู้ก่อการร้าย ผบ.ฉางกับหัวหน้าลู่ก็ได้รับมอบจดหมายสั่งเสียที่หย่วนเจิงเขียนเอาไว้ล่วงหน้าเมื่อหลายปีก่อน (ก่อนไปทำหน้าที่สายลับ) ในซองจดหมายมีรูปครอบครัวซึ่งตอนนั้นหยางช่านยังเป็นเพียงเด็กชาย เขาฝากฝังหยางช่านไว้กับหัวหน้าลู่โดยขอให้ช่วยสั่งสอนและฝึกฝนหยางช่านให้เป็นสุดยอดตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายประจำหน่วยดำเนินการพิเศษเมื่อเติบใหญ่ หลังถูกจับขังคุกเพราะบินโดรนไม่ถูกที่ถูกเวลาจนแทรกแซงและขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ในที่สุดหยางช่านก็ถูกปล่อยตัว ครั้นออกจากคุกก็พบ "หยางอ้ายผิง" ผู้เป็นแม่ มารอรับทั้งน้ำตา

พอรู้ว่าหย่วนเจิงผู้เป็นบิดากลับมาในสภาพร่างไร้วิญญาณหลังหายสาบสูญไปนานหลายปี หยางช่านก็ถึงกับช็อคและรู้สึกสับสน เขาจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อนหัวหน้าลู่มาที่บ้านและแจ้งว่าพ่อของเขาออกจากทีมโดยพลการขณะแข่งขันดำเนินการพิเศษในต่างประเทศ หลังจากนั้นก็หายตัวไป เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้พ่อของเขาโดนประณามว่านำความอัปยศเสื่อมเสียมาสู่หน่วยงาน แต่แล้วอยู่ๆ หัวหน้าลู่ก็กล่าวยกย่องเชิดยกพ่อของเขาว่าเป็นวีรบุรุษต่อต้านการก่อการร้าย เขาจึงทำใจยอมรับไม่ได้ ด้านน่าหมิ่นได้แต่ขังตัวเองอยู่ด้านในห้องและโทษว่าทั้งหมดเป็นความผิดของตน หัวหน้าลู่ชี้ว่าคุณจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของหย่วนเจิง เขานำจดหมายสั่งเสียของหย่วนเจิงมาให้คุณดู และสั่งให้คุณรับหยางช่านร่วมทีม (หน่วยดำเนินการพิเศษกำลังจะเปิดรับสมัครและคัดเลือกตำรวจต่อต้านการก่อการร้าย) จากนั้นก็ฝึกเขาให้เก่งและแกร่งตามคำสั่งเสียของหัวหน้าหย่วนเจิง

หลังพ่อเสียชีวิตหยางช่านก็พยศหนักขึ้น ซ้ำยังเอาแต่ใจ และนั่งเล่นเกมยิงปืนที่บ้านทั้งวัน เมื่อหัวหน้าลู่ไปหาหยางช่านที่บ้านหมายชวนเขาไปสมัครเป็นตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายประจำหน่วยดำเนินงานพิเศษ เขาจึงรู้จากอ้ายผิงว่าหยางช่านมีโปรไฟล์ไม่ธรรมดาเพราะจบจากมหาวิทยาลัยอากาศยานและอวกาศ แถมยังคว้ารางวัลจากการแข่งเกมยิงปืนระดับโลกอีกด้วย ทั้งที่รู้ว่ามีแขกมาหาแต่หยางช่านกลับยังคงนั่งเล่นเกมโดยไม่มีทีท่าว่าจะออกไปพบ ซือเหวินจึงลงทุนปีนระเบียงขึ้นไปหาที่ห้องและพยายามกล่อมให้หยางช่านออกไปพบหัวหน้าลู่ (ภายในห้องของหยางช่านเต็มไปด้วยของตกแต่งและข้าวของเกี่ยวกับหน่วยดำเนินการพิเศษ) แต่หยางช่านกำลังหงุดหงิดผิดหวังเรื่องพ่อจึงไม่มีอารมณ์พบใคร ครั้นโดนซือเหวินเซ้าซี้มากเข้าเขาจึงกระโดดระเบียงหนีแต่ดันหลุ่นตุ๊บตรงหน้าแม่กับหัวหน้าลู่ที่ดักรออยู่พอดี 

หัวหน้าลู่รู้สึกได้ว่าหยางช่านมีศักยภาพมากพอที่จะเป็นกำลังสำคัญของหน่วยงานตน ก็แค่เขาเป็นเพชรที่ยังไม่ผ่านการเจียระไน ครั้นมองว่าหยางช่านไม่ยอมเปิดใจทั้งที่ลึกๆ แล้วอยากเจริญก้าวหน้ารอยตามพ่อ หัวหน้าลู่จึงเย้ยว่าหยางช่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ (หนีหน้า) เพราะหน่วยงานของตนไม่รับคนขี้ขลาด เขาสบประมาทและพูดท้าทายให้หยางช่านอยากเอาชนะ จากนั้นก็มอบนามบัตรและขอตัวกลับทันที หยางช่านเห็นหัวหน้าลู่กระโดดขึ้นรถจิ๊บแบบเท่ๆ แล้วอดนึกถึงพ่อไม่ได้เพราะเมื่อก่อนพ่อของเขาก็ชอบทำอย่างงี้เช่นกัน อ้ายผิงกับซือเหวินอยากให้หยางช่านรุ่งโรจน์รอยตามพ่อจึงรวมหัวกันสบประมาทหยางช่าน

หยางช่านต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนมองว่าตนมีทักษะจึงยอมไปสมัครเป็นตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายประจำหน่วยดำเนินงานพิเศษ ปรากฏว่าเขาเป็นพลเรือนเพียงคนเดียวที่มาร่วมการคัดเลือก แถมทักษะและคุณสมบัติต่างๆ ยังผ่านเกณฑ์อีกด้วย น่าหมิ่นเห็นดังนั้นจึงแจ้งหยางช่านว่าเขาผ่านการคัดเลือก คุณเตือนว่าเขาคงต้องเหนื่อยและฝึกหนักกว่าคนอื่น เพราะทุกคนที่มาสมัครล้วนเป็นตำรวจในสังกัดกองกำลังตำรวจเเห่งประชาชนจีนที่เก่งขั้นเทพและผ่านการฝึกหลักสูตรต่างๆ มาอย่างโชกโชน  (เป็นตำรวจพิเศษที่เชี่ยวชาญด้านการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ สวมยูนิฟอร์มสีเขียวมะกอก ส่วนตำรวจที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนจะสวมชุดสีน้ำเงิน)  แต่แล้วคุณก็ถึงกับอึ้งเมื่อหยางช่านปฏิเสธที่จะร่วมหน่วยดำเนินการพิเศษด้วยท่าทางอวดดี โดยให้เหตุผลว่าตนมาที่นี่เพื่อให้พิสูจน์ความชำนาญเท่านั้น

"หวังเถี่ยเป้า" (เชี่ยวชาญด้านระเบิด) และเหล่าผู้สมัครคนอื่นๆ ที่ตั้งอกตั้งใจมาสมัครด้วยอุดมการณ์อันแรงกล้าได้ยินหยางช่านพูดจาลบหลู่อาชีพและหน่วยงานตนจึงตรงเข้าทักท้วงด้วยความไม่พอใจ แต่หยางช่านกลับตอบโต้ด้วยคำพูดและท่าทางยียวนกวนประสาทก่อนเดินหนี หลังถูกเถี่ยเป้าคว้าข้อมือไว้หยางช่านจึงชี้ว่าตนมาสมัครเพราะเห็นแก่หัวหน้าลู่แต่ไม่เคยรับปากว่าจะร่วมหน่วยดำเนินงานพิเศษ พูดจบเขาก็บอกให้เถี่ยเป้าปล่อยแขนตนแต่เถี่ยเป้ายืนกรานว่าจะไม่ปล่อยจนกว่าจะได้ยินคำขอโทษ หยางช่านไม่ยอมขอโทษซ้ำยังพูดท้าทาย เถี่ยเป้าจึงบิดแขนสั่งสอน แม้จะเจ็บจนร้องโอดโอยแต่หยางช่านยังไม่ยอมปริปากขอโทษ น่าหมิ่นไม่อยากให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้จึงรีบห้ามปรามและบอกให้หยางช่านไสหัวไป ครั้นเห็นหยางช่านแสดงกิริยาวาจาก้าวร้าวใส่หัวหน้าลู่ น่าหมิ่นก็หมดความอดทนและหวิดรังควานร่างกายหยางช่านเสียเอง โชคดีที่หัวหน้าลู่ห้ามไว้เสียก่อน หยางช่านเห็นความเกรี้ยวกราดของน่าหมิ่นจึงมีท่าทีอ่อนลงและขอตัวกลับทันที  น่าหมิ่นเห็นวีรกรรมหยางช่านแล้วรู้สึกผิดหวัง ทั้งยังไม่อยากเชื่อว่าเขาเป็นลูกชายวีรบุุรุษของพวกตน

 

หัวหน้าลู่โทรฯ หาอ้ายผิงโดยแจ้งว่าหยางช่านผ่านการคัดเลือกทำให้อ้ายผิงดีใจมาก  แต่แล้วคุณก็ทั้งโกรธและผิดหวังเมื่อรู้ว่าหยางช่านปฏิเสธที่จะร่วมหน่วยดำเนินงานพิเศษ อ้ายผิงพาหยางช่านไปที่หลุมศพของหย่วนเจิงแล้วสั่งให้เขาคุกเข่าต่อหน้าพ่อ ซือเหวินเห็นอ้ายผิงกำลังจะเผารูปครอบครัวจึงรีบเผ่านาห้าม อ้ายผิงประกาศตัดแม่ตัดลูกกับหยางช่านเพราะรับไม่ได้ที่เขาทำตัวเหลวไหล ไร้ความรับผิดชอบ คุณกล่าวว่าหลังเผารูปครอบครัวแล้วถือว่าพวกตนตัดขาดกัน และเขาจะไม่ใช่ลูกของหย่วนเจิงอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้คุณจึงพาเขามาคารวะหย่วนเจิงในฐานะพ่อเป็นครั้งสุดท้าย พูดจบอ้ายผิงก็จุดไฟเผารูป หยางช่านเห็นดังนั้นจึงรีบแย่งรูปมาดับไฟแล้วตะโกนลั่นด้วยความอัดอั้นว่า…."พ่ออออ!!!"

หลังจากนั้นหยางช่านซึ่งไม่เคยผ่านการฝึกฝนอะไรก็ตามมาก่อนก็ยอมร่วมทีมดำเนินงานพิเศษแต่โดยดี นั่นจึงเป็นจุดเริ่มและที่มาของหยางช่าน ในการเป็นตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายระดับพระกาฬประจำทีมดำเนินงานพิเศษ ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปติดตามชมได้ใน "ทีมระห่ำ พิฆาตทรชน" (Anti-terrorism Special Forces)  ทางอมรินทร์ทีวี